ป้ายตัวอักษรกับโลโก้ต่างกันยังไง? วิธีใช้ให้แบรนด์ดูโดดเด่น

แนะนำการเลือกใช้ป้ายตัวอักษร หรือ ป้ายโลโก้ อย่างไรให้แบรนด์ดูเหนือคู่แข่ง

ป้ายตัวอักษร

ในโลกของการทำธุรกิจยุคใหม่ การทำให้ “แบรนด์โดดเด่น” คือ หัวใจสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจ สร้างความน่าเชื่อถือ และ เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า โรงงาน บริษัท หรือ ศูนย์บริการต่าง ๆ การใช้ “ป้าย” คือ หนึ่งในวิธีการสร้างตัวตนของแบรนด์ที่เห็นผลเร็วที่สุด และ ประหยัดกว่าสื่อโฆษณาหลายๆรูปแบบ แต่คำถามที่หลายคนยังสับสน คือ ป้ายตัวอักษร กับ ป้ายโลโก้ ต่างกันอย่างไร? ควรเลือกใช้อะไรในสถานการณ์แบบไหน และควรผสมผสานอย่างไรเพื่อให้แบรนด์โดดเด่นที่สุด?

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักความหมายของป้ายทั้งสองประเภท การใช้งานที่เหมาะสม รวมถึงเคล็ดลับการเลือกป้ายให้ตอบโจทย์แบรนด์ของคุณอย่างมืออาชีพ

ความแตกต่างระหว่าง “ป้ายตัวอักษร” และ “ป้ายโลโก้”

แม้ป้ายทั้งสองประเภทจะมีหน้าที่เดียวกัน คือ “สื่อสารตัวตนของแบรนด์” แต่รายละเอียดการใช้งาน และ ความหมายที่สื่อออกมาแตกต่างกันพอสมควร

  1. ป้ายตัวอักษร (Letter Signage) คืออะไร?

    ป้ายตัวอักษร คือ ป้ายที่เน้นข้อความ หรือ ชื่อแบรนด์เป็นหลัก เช่น ชื่อร้านค้า , ชื่อบริษัท , สโลแกน และ คำโปรย หรือ Key Message โดยวัสดุที่นิยมใช้ เช่น อะคริลิก, โลหะ สเตนเลส อะลูมิเนียม, LED ตัวอักษรนูน และ ไวนิล หรือ สติกเกอร์ตัวอักษร

    โดยป้ายตัวอักษรจะเหมาะกับร้านที่ต้องการให้ลูกค้าจดจำชื่อได้ง่าย, บริษัทที่เน้นภาพลักษณ์ทางการ, อาคารสำนักงาน ร้านอาหาร และคาเฟ่ที่ต้องการสไตล์มินิมอล

  2. ป้ายโลโก้ (Logo Signage) คืออะไร?

    ป้ายโลโก้ คือ ป้ายที่เน้น “ภาพสัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมายเฉพาะของแบรนด์” ซึ่งรวมถึงรูปทรง, สีประจำแบรนด์ และ องค์ประกอบกราฟิกเอกลักษณ์ โดยวัสดุที่ใช้ทำป้ายโลโก้ต้องใช้ความละเอียดสูง เช่น ป้ายอะคริลิก CNC, ป้ายไฟ LED ไล่ระดับ, ป้ายโลหะกัดกรด, ป้าย UV Print และ ป้ายกัดลึก (Etching)

    โดยป้ายโลโก้จะเหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการภาพจำเฉพาะตัว, ร้านที่ต้องการบ่งบอกสไตล์ เช่น แฟชั่น คาเฟ่ ความงาม, โรงงานแบรนด์ใหญ่ ๆ ที่มี Corporate Identity ชัดเจน หรือ ออฟฟิศที่เน้นความ ทันสมัย และ ความเป็นมืออาชีพ

เลือกใช้ป้ายแบบไหนให้แบรนด์ดูโดดเด่นมากขึ้น?

ในการเลือกใช้ป้ายตัวอักษร หรือ โลโก้นั้นเคล็ดลับ คือ ใช้ทั้งสองแบบร่วมกันอย่างสมดุล เพื่อดึงจุดเด่นของแต่ละแบบมาเสริมกันจะเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น

  1. ด้านหน้าอาคาร: ใช้โลโก้ + ตัวอักษรคู่กัน

    ตัวอย่างที่ใช้ได้ผลดี คือ การวางป้ายโลโก้ขนาดใหญ่ด้านบนสุดของอาคาร และ ด้านล่างโลโก้เป็นชื่อบริษัท หรือ ชื่อร้านแบบตัวอักษรที่อ่านง่าย โดยมีข้อดีที่ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้จากโลโก้ได้ง่าย, ลูกค้าระบุชื่อร้านถูกต้องจากป้ายตัวอักษร และ ดูเป็นอาคารบริษัทแบบมืออาชีพ

  2. ภายในร้าน: เน้นป้ายโลโก้ตกแต่ง

    โดยภายในร้านควรใช้ป้ายโลโก้เป็นหลัก เพราะ โลโก้มีบทบาทสำคัญในการสร้าง Mood & Tone ของร้าน อีกทั้งยังทำให้ร้านมีคาแรกเตอร์ และ เป็นจุดถ่ายรูปลงโซเชียล ได้อีกด้วย

  3. จุดบริการ: ใช้ป้ายตัวอักษรเพื่อสร้างความชัดเจน

    บริเวณที่ต้องการสื่อสารข้อมูลควรใช้ป้ายตัวอักษร เช่น เคาน์เตอร์ , โซนบริการ , ห้องประชุม และ ห้องฝ่ายต่าง ๆ จะเหมาะกับป้ายตัวอักษร เพราะทำให้ลูกค้าเข้าใจทันทีว่าส่วนไหน คืออะไร

ป้ายแบบไหนจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ?

  1. ธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง (SMEs)

    ควรเลือก ป้ายโลโก้ที่มีความเด่นชัด บวกกับป้ายตัวอักษรที่ราคาไม่แพงมากที่ จะช่วยให้ร้านดูเป็นมืออาชีพโดยไม่ต้องลงทุนสูงเกินไป

  2. บริษัทองค์กร (Corporate)

    ควรเลือกใช้ป้ายโลโก้แบบโลหะ สเตนเลส หรือ อะคริลิกคุณภาพสูง เพราะจะช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ระดับสากลให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี

  3. ร้านค้าปลีก

    ถ้าต้องการให้ดึงดูดลูกค้าเข้าในระยะไกล เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ป้ายควรมีทั้งโลโก้ และ ตัวอักษร อยู่ด้วยกัน อีกทั้งการผสม LED ยังช่วยดึงดูดได้เป็นอย่างดี

หากจะหาข้อสรุปว่าป้ายตัวอักษร หรือ ป้ายโลโก้ แบบไหนทำให้แบรนด์โดดเด่นที่สุด? คำตอบ ที่ดีที่สุดคือ ใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันอย่างสมดุล เพราะทั้งคู่มีบทบาทที่ต่างกัน ชัดเจน ซึ่ง ป้ายตัวอักษร จะให้ความชัดเจน อ่านง่าย ส่วนป้ายโลโก้ ช่วยสร้างภาพจำ และ สื่อเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ โดยการ ผสมผสานที่ถูกต้องจะทำให้ธุรกิจของคุณดูน่าเชื่อถือ ทันสมัย และ โดดเด่นเหนือคู่แข่งอย่างชัดเจน

ติดต่อสอบถาม
บริษัท วีไซนแลบ จำกัด
48/48 หมู่ 1 ซอยวัดพระเงิน ถนนกาญจนาภิเษก ตำบลศาลากลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130 
โทร. 02-408-2578, 094-851-4884094-813-8484
อีเมล: wesignlab@gmail.com
Line: @wesignlab

Visitors: 344,871